[OS] Crush on / changrick

posted on 13 Jul 2013 00:00 by quietusyipsum in OSchangrick directory Fiction

note ; มาประเดิมเพราะตอนนี้คิดฟิคไม่ออก

ส่วนเรื่อง Last snow ขอบคุณผลตอบรับมากๆเลย
หลายคนอยากให้มีภาคต่อ แต่ผมคิดไม่ออกแล้วจริงๆอ่ะ คือมันตันแค่นั้นแล้ว ฮ่าๆๆ
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เค้าปิ๊งไอเดียที่เอามาต่อได้ เค้าจะต่อให้นะขอรับ ลุ้นๆกัน

และสุดท้าย

 

อย่าคาดหวังอะไรกับเรื่องที่ผมแต่ง เพราะมันผมจะจบตรงที่ผมตันนั่นแหละครับ ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและให้กำลังใจเสมอมา ♥♥

 

 

 

 

 

 

 

Crush on ; changrick 
Jonghyun & Changhyun

 

 

 

 

 

 

ฉันไม่คิดเลยว่า ความรักที่มอบให้ไปนั้น

 

จะได้รับตอบกลับมาหรือเปล่า 

 

 

 

 

 

           ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องเขม็งไปที่อุปกรณ์หน้าจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าอย่างตั้งใจ ใช้ปลายนิ้วสัมผัสแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว ไม่นานข้อมูลที่ต้องการก็ปรากฏขึ้นบนจอภาพ เลื่อนลงมาเรื่อยๆ จนเจอกับข้อความที่สะดุดตา เด็กชายยิ้มให้กับตัวเองพรางหยิบรูปถ่ายที่เขาเป็นคนถ่ายเองกับมือขึ้นมา .. ถึงมันจะมีแค่ภาพเดียว แต่เป็นภาพที่ชอบมากที่สุดเลย

           

 

        เขาชอบ คนในภาพนี้

 

 

.

.

.

 

 

           “ชางฮยอน วันนี้ฉันรีบกลับนะ” เพื่อนสนิทเอ่ยบอกโดยที่มือยังไม่ละจากสมุด หนังสือ และอุปกรณ์การเรียนที่เขากำลังกวาดมันใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว

            “อืม ไปดีมาดีนะ” ชางฮยอนเจ้าของชื่อเพียงแค่หันไปยิ้มให้แล้วหันกลับมาสนใจการบ้านต่อ

            “นาย..ไม่เป็นไรนะเว้ย?”

            “ไม่เป็นไรหรอกน่า รีบไปเหอะ วันสำคัญทั้งที”

            “ก็บอกว่าให้หาซักคนได้แล้ว”

            “นายนี่จริงๆเลยนะ รีบไปเหอะเดี๋ยวพี่แคปงอน ฉันไม่รู้ด้วยนะเว้ย” ชางฮยอนรีบโบกมือไล่เพื่อนของเขาให้รีบไปซักทีจนนีแอลต้องถอนหายใจออกมาแล้วเดินออกจากห้องเรียนไป ชางฮยอนวางปากกาลงมองตามแผ่นหลังของเพื่อนไปก่อนจะหยิบสิ่งของที่เขาเก็บเอาไว้ใต้โต๊ะขึ้นมาดู

 

            ถ้าฉันโชคดี .. มันอาจจะสำเร็จก็ได้ 

 

 

 

            ใช่แล้ว .. วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ที่ใครๆก็ออกไปฉลองกับแฟนกันทั้งนั้นเหมือนนีแอลยังไงล่ะ ส่วนชางฮยอนก็ได้แค่หวัง ทั้งๆที่อยู่ห้องเดียวกัน แต่แค่มองหน้ากัน เขาก็แทบจะลงไปกองกับพื้นอยู่แล้ว และก็ไม่แปลกที่คนเกือบทั้งโรงเรียนก็เป็นเหมือนกัน

 

           แถมวันนี้วันวาเลนไทน์ กุหลาบก็คงจะเต็มมือเขาแล้วแหละ

 

 

 

            ดอกกุหลาบสีขาวหนึ่งดอกกับการ์ดใบเล็กๆที่ชางฮยอนตั้งใจทำขึ้นมาผูกอยู่ตรงก้านของดอกไม้ ด้านในไม่ได้เขียนอะไรแค่วาดรูปหน้าหมูกับหมีเอาไว้

 

           ระหว่างทางเดินมีผู้คนพลุกพล่าน แต่ละคนถือดอกไม้เต็มมือกันไปหมด ไม่รู้ว่าคนอื่นให้หรือจะเอาไปให้คนอื่นเหมือนเขาหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆหลายคนก็คงอาจจะให้คนๆเดียวกับเขาก็ได้

 

           ก็ผู้ชายคนนั้นฮอตจะตายไป .. แถมพ่วงด้วยตำแหน่งนักบาสโรงเรียน ป่านนี้โรงยิมคงจะแตกแล้วก็เป็นไปได้

 

           เมื่อเดินมาถึงหน้าโรงยิม ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่ปีนี้ดูจะมีคนไม่ค่อยเยอะเท่าปีก่อน จะถือว่าเป็นโชคดีของเขารึเปล่าก็ไม่รู้สินะ แต่เพียงแค่ก้าวเข้าไปเท่านั้นแหละ เสียงกรี๊ด เสียงเชียร์ก็ดังขึ้นมาจนหูแทบแตก

 

           วันนี้ยังมีแข่งบาสอีกเหรอเนี่ย ?

 

 

           ชางฮยอนเดินไปบนอัฒจรรย์ที่ผู้คนดูจะไม่เยอะเท่าไหร่เพราะส่วนมากก็คงจะออกไปกับคนรักของตัวเองกันหมด บางคนก็เป็นคนรักของนักกีฬาที่มาคอยให้กำลังใจ แต่ด้านล่างข้างสนามนี่สิ คนยืนกันจนเต็มไปหมด อุตส่าห์ดีใจว่าคนไม่เยอะแล้วเชียว

 

           เขาเลือกที่จะยืนอยู่ด้านข้างโดยไม่เดินไปนั่ง เพราะอยากจะมองให้ชัดๆ คนที่ทำให้เขาใจเต้นจนแทบระเบิด เพียงแค่มองเสี้ยวหน้าของหมอนั่นเท่านั้น แต่เขาคงจ้องนานไปหน่อยโดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คนในสนาม มองมาทางนี้ ทำเอาใจดวงน้อยของชางฮยอนกระตุกวูบ ก่อนส่งยิ้มไปให้

 

 

           แต่.... 

 

           เขายิ้มให้เรา ... รึเปล่า?

 

 

 

 

           เกือบแอบดอกกุหลาบไม่ทันเลยแฮะ

 

 

 

           หลังจากควอเตอร์ที่สามจบ บรรดาสาวๆรวมทั้งหนุ่มๆพากันวิ่งไปหานักบาสที่ตัวเองชอบ บางคนให้น้ำ ให้ผ้าเย็น ให้ดอกกุหลาบมากมาย พูดคุยกันอย่างออกรส และเจ้าตัวก็ดูจะชอบใจเหมือนกันที่เป็นแบบนั้น

 

            “แกดูจงฮยอนดิ เท่ห์เนอะ”

            “อืม .. ปีนี้ก็ได้ดอกกุหลาบเยอะอีกแล้ว”

            “ถ้าฉันเอาดอกกุหลาบไปให้เค้า เธอว่า เค้าจะเอาไปไหน”

            “ก็คงทิ้งล่ะมั้ง ยังไงเก็บไว้เดี๋ยวมันก็เหี่ยวตาย”

           “นั่นสินะ”

 

 

            บทสนทนาของรุ่นน้องสองคนที่นั่งดูการแข่งขันอยู่ข้างๆกับที่ชางฮยอนยืนดังขึ้นมา แค่ได้ยินชื่อคนที่ถูกพูดถึงมันก็อดจะตั้งใจฟังไม่ได้เลยจริงๆ

 

 

            ถ้าเราให้ไป เค้าก็คงเอาไปทิ้งเหมือนกันสินะ 

 

 

            ชางฮยอนยกดอกกุหลาบสีขาวที่เขาตั้งใจเลือกขึ้นมาดูก่อนจะมองไปยังคนที่ถูกห้อมล้อมอยู่ในสนาม .. เขาอาจจะอยู่สูงเกินไปสำหรับเรารึเปล่า

 

            ชางฮยอนเดินคอตกออกจากสนามเขาหยุดยืนหน้าถังขยะ .. ใช่! ถังขยะ เขาตั้งใจจะทิ้งมันแล้ว เพราะยังไงมันก็คงถูกทิ้งอยู่ดีแหละ แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำไม่ลง เลยวางมันบนพุ่มไม้แทน ยังไงดอกไม้ก็ไม่ควรอยู่ในถังขยะ ..

 

 

ปล่อยให้มันเป็นปุ๋ยไปก็คงไม่เป็นไร

 

 

 

 

 

 

 

           

            ร่างสูงรับดอกไม้จำนวนที่ถูกยื่นมาให้เขา ยิ้มรับขอบคุณตามมารยาท แต่สุดท้ายคนที่เขารอจริงๆกลับไม่เอาดอกกุหลาบมาให้

 

            จงฮยอนมองขึ้นไปบนอัฒจรรย์ที่เคยมีร่างของเพื่อนร่วมห้องยืนอยู่พร้อมดอกกุหลาบสีขาวในมือที่เจ้าตัวพยายามหลบไว้ด้านหลังตัวเองตอนที่เขามองจากสนาม แต่ตอนนี้ชางฮยอนไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น เขากำลังหันหลังเดินออกจากโรงยิม พอดีกับสัญญาณนกหวีดดังเตือนว่าหมดเวลาพักแล้ว พวกสาวๆถึงได้ถอยออกไปรอด้านนอก จงฮยอนหันไปบอกกัปตันทีมก่อนจะรีบวิ่งออกไป

 

            แต่ก็คงจะช้าไปหน่อยเพราะคนที่ตามหาคงจะเดินไปไกลเสียแล้ว จงฮยอนถอนใจจะเดินหันหลังกลับ แต่สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นจนได้ ดอกกุหลาบสีขาวบนพุ่มไม้นั่น ร่างสูงจึงเดินไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดูการ์ดเล็กๆที่ห้อยมากับดอกกุหลาบ ปรากฏรูปหน้าหมูกับหมีสองตัวที่อยู่ใกล้กันพร้อมรูปหัวใจด้านบน

 

            เดาไม่ผิดจริงๆด้วย

 

 

            รูปหมีหมายถึงจงฮยอนคนนี้ไม่ผิดแน่

 

 

 

 

            จงฮยอนยิ้มออกมาก่อนจะเดินกลับเข้าไปในโรงยิมพร้อมดอกกุหลาบสีขาวในมือ

 

 

 

           ถึงอย่างนั้น เราทั้งสองก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากในห้องเรียน ชางฮยอนคงจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจงฮยอนรู้

 

            ก็ท่าทางของเจ้าตัวแสดงออกขนาดนั้น ว่าเขินจัดขนาดไหนเวลาที่เขาหันไปมองแล้วยิ้มให้ เจ้าหมูนั่นก็รีบหันหน้าหลบทันทีเลยล่ะ

 

 

           ถึงจงฮยอนจะเป็นนักกีฬาใจกล้าหาญ แต่ก็ไม่เคยกล้าคุยกับชางฮยอนจริงๆจังๆเลยซักครั้ง

 

            จงฮยอนอาจจะเขินเหมือนที่ชางฮยอนเขินจงฮยอนก็ได้

 

 

 

 

.

.

.

.

.

 

 

 

สอบวันสุดท้าย 

           

           

            เสียงดังโหวกเหวกโวยวายดังสนั่นตลอดทางเดินของชั้นปี3 ก็แน่ล่ะชีวิตมัธยมกำลังจะสิ้นสุดลงแล้วทุกคนก็ดีใจกันใหญ่ บวกกับความเครียดหลังทำข้อสอบปลายภาคเสร็จแล้วด้วย ต่างคนก็วิ่งเข้าห้องโน้นทีออกห้องนี้ที คงจะบอกลาเพื่อนตามประสา และที่ขาดไม่ได้เลยก็คงเป็นการเขียนอวยพรบนเสื้อนักเรียนล่ะมั้ง และตอนนี้หลายๆคนก็มีอาวุธพร้อมมือ

 

            “นีแอล ขอเขียนให้แกคนแรก” ชางฮยอนยังไม่ทันรอให้อีกคนตกลงก็จับเพื่อนให้หันหลังมาแล้วบรรจงวาดหน้าปลาบู่ตัวใหญ่ๆเต็มหลัง

            “ย๊า! จะบ้ารึไง ใหญ่ไปแล้ว” นีแอลโวยวายเมื่อรู้สึกถึงรอยกดบนหลังที่มันใหญ่ไป

            “ฮ่าๆ โทษที ลืมเปิดฝาน่ะ”

            “ถ้าวาดใหญ่กินพื้นที่ฉันจะเอารองเท้าฟาดหน้าแก”

            “เออๆ โหดไปไหน”

 

            ชางฮยอนเขียนอวยพรตามปกติให้นีแอล ไม่วายลงท้ายด้วยรูปปลาบู่แต่ก็ตัวไม่ใหญ่เหมือนตอนแรกที่แกล้งเล่น เสร็จแล้วนีแอลก็เขียนหลังให้เขาบ้าง ทั้งสองเดินไปทั่วห้องให้เพื่อนเขียนเสื้อให้ ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่ บางคนกอดคอกันร้องไห้เลยก็มี แต่จนแล้วจนรอดชางฮยอนก็ไม่ได้ให้ ‘เขา’ เขียนเสื้อให้

 

            ก็ไอแถวยาวๆหน้าห้องนั่นมันอะไรกันก็ไม่รู้ เล่นเอาทำให้ไม่กล้าเข้าใกล้ขึ้นไปอีก ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่จงฮยอนยิ้มให้เขาที่โรงยิม เราก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ เรียกว่าเหมือนไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันเลยด้วยซ้ำ จะคุยบ้างเฉพาะแค่เรื่องงาน การบ้านหรืองานกลุ่มจนมันชินซะแล้ว

 

            แต่มีอย่างเดียวที่ทำยังไงมันก็ไม่ชิน คือรอยยิ้มเวลาที่เราสบตากัน .. มันทำให้ใจเต้นจนแทบหลุดออกมาจากอกซะทุกที

 

 

            และตอนนี้ก็เหมือนกัน

 

 

 

 

            ไอบ้าจงฮยอน จะมองอะไรนักหนา!

 

 

            ชางฮยอนบอกลาเพื่อนในห้อง บอกลานีแอลที่เจ้าตัวบอกว่าจะไปฉลองกับที่บ้านเนื่องในโอกาสเรียนจบแล้ว ... สุดท้ายก็มีแค่จงฮยอนคนเดียวที่ชางฮยอนไม่ได้ให้เขาเขียนเสื้อให้ และ ไม่ได้เขียนเสื้อให้เขาด้วย

 

           

 

            ใครมันจะไปกล้าล่ะวะ!

 

 

 

 

 

        ชางฮยอนเดินมาใต้ต้นไม้ข้างสนามฟุตบอล เพราะตอนนี้ยังไม่รู้สึกอยากกลับบ้านเลย ยังอยากอยู่ที่โรงเรียน อยากจะเก็บความทรงจำเอาไว้ ไหนๆวันนี้ก็วันสุดท้ายที่จะได้เหยียบสถานที่นี้แล้ว

 

 

            หลับตาลง แล้วรับลมนี่มัน ... รู้สึกดีบอกไม่ถูกเลยแฮะ

 

 

            สัมผัสหนักที่หลังทำให้คนที่นั่งรับลมเย็นๆอยู่ถึงกับสะดุ้ง กำลังจะหันไปว่าอีกคนแต่กลับต้องชะงักไปซะดื้อ

 

 

            หันหน้ากลับเกือบไม่ทันเลย

 

 

            ก็เล่นยิ้มแบบนั้น .. เกิดหัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไง

 

 

            “นั่งได้มั้ย ?” จงฮยอนถามแต่ไม่ทันรอคำตอบจากอีกคนก็นั่งลงข้างๆกับชางฮยอนเสียแล้ว

 

            “หือ?” ชางฮยอนทำหน้าสงสัยนิดหน่อยที่จงฮยอนยื่นปากกาเมจิกมาให้เขา แต่ก็รับมาไว้ในมือ

 

            “ก็เหลือนายคนเดียวที่ยังไม่เขียนเสื้อให้ฉันน่ะ”

            “อ่า..งะ ..งั้น หันหลังมา   สิ” ชางฮยอนหายสงสัย แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดี คนอย่างจงฮยอนที่ไม่เคยแม้จะคุยเกินสองประโยคกับเค้า กลับมาขอให้เค้าเขียนเสื้อให้

 

            ก็แอบเข้าข้างตัวเองอยู่แปปนึง

 

 

            แปปเดียวจริงๆ

 

 

            “ข้างหลังเต็มหมดแล้ว ..เหลือแต่ข้างหน้าอ่ะ” จงฮยอนเอามือสองข้างจับเสื้อตัวเอง ดึงให้ตึงเพื่อที่อีกคนจะได้เขียนได้

 

            “ขอที่กระเป๋านะ”  จงฮยอนบอกแล้วส่งยิ้มให้

 

 

            ขยันจัง ทำร้ายจิตใจคนอื่น สนุกมากรึเปล่า

 

 

            ชเวจงฮยอน ... แบบนี้ ก็เท่ากับเขียนที่หัวใจนายน่ะสิ

 

 

 

            บ้า

 

 

 

           ชางฮยอนเปิดฝาปากกาเมจิกสีแดงออก เอามือดึงเสื้อจงฮยอนนิดหน่อยเพื่อให้เขียนได้ถนัดขึ้น มือสั่นไปหมด .. ไม่กล้าจะเขียน อยากบอกในสิ่งที่คิดก็ไม่กล้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           ชางฮยอนชะงักมือตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองจงฮยอนที่กำลังมองดูคำที่เขาจะเขียนอย่างตั้งใจ ...

           ถ้าจะเขียนคำนั้น มันคงจะเร็วไปร้อยปีล่ะมั้งชางฮยอน แต่ถ้าจะลบ เดี๋ยวก็มีพิรุธอีก สุดท้าย มันก็ออกมาเป็นคำอื่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ชางฮยอนปิดฝาปากกาก่อนจะส่งคืนให้กับเจ้าของ เป็นครั้งแรกที่จงฮยอนชวนเขาคุย และเป็นครั้งแรกด้วยที่ได้อยู่ใกล้นานขนาดนี้

 

           ถึงจะไม่ได้บอกไปตรงๆ แต่แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

 

           แค่นี้ก็ถือว่าสำเร็จแล้วล่ะ

 

 

 

     

 

           ชางฮยอนเห็นจงฮยอนกำลังวุ่นอยู่กับการเก็บปากกาใส่กระเป๋า ... เขาอยากกลับบ้านแล้ว ถ้าขืนอยู่แบบนี้ ต้องร้องไห้แน่ๆ

 

       

           ไม่รู้จะพูดอะไร ไม่รู้จะชวนคุยยังไง ถ้าเกิดเขาชวนคุยก็ไม่วายอ้ำๆอึ้งๆอีก ถ้าจากกันแค่นี้ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันก็คงมากพอแล้วล่ะ

 

 

 

            “จ...จงฮยอน”

 

            “หืม ?”

 

            “ป..ป่าว ... คือ....ฉันจะกลับล่ะนะ เดี๋ยวที่บ้านเป็นห่วง” ชางฮยอนพูดจบก็รีบลุกทั้นทีก่อนจะเดินออกไป

 

 

            ขอบคุณนะจงฮยอน

 

 

            ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับนาย

 

 

 

 

.

.

.

.

.

 

 

 

 

            “นี่!”   เสียงตะโกนไม่ดังมากไล่ตามมาเมื่อชางฮยอนเดินออกมาได้ไม่ไกลเท่าไหร่

 

 

            “ไม่มีอะไรจะพูดหน่อยเหรอ?”

 

 

            ชางฮยอนหยุดฝีเท้าของตัวเองแต่ก็ยังไม่ยอมหันหน้ามาจนจงฮยอนต้องเป็นผ่ายลุกขึ้นเดินตามมาเอง

 

 

 

            “นายไม่สงสารเจ้านี่เหรอ”

 

 

            ชางฮยอนหันหลังกลับไปดูก็เห็นจงฮยอนยืนอยู่ข้างหลังและดอกกุหลาบสีขาว .... ที่เขาทิ้งมันให้กลายเป็นปุ๋ยไปเมื่อสองสามเดือนก่อน

 

            “นาย....”

 

            “มันน่าสงสารนะ”

 

            “....”

 

            “คนรับเขาอุตส่าห์รอ .. เจอแบบนี้เข้าไปเสียใจรู้รึเปล่า” จงฮยอนยื่นมันใส่ในมือชางฮยอน หยิกแก้มคนตรงหน้าไปทีหนึ่งด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

            “เขาคงไม่ต้องการหรอก”

 

            “หึ”

 

            “....”

 

 

            “ทำไมฉันจะไม่อยากได้ล่ะ”

 

           

            “....” 

 

 

 

 

            “นี่”  จงฮยอนสะกิดเรียกอีกคนที่ยังคงยืนก้มหน้าก้มตาไม่ยอมตอบอะไรเขาเลย

 

           “นะ.....นาย พูดว่าอะไรนะ” ชางฮยอนเงยหน้าขึ้นมาถามจงฮยอนเสียงสั่น ตอนนี้เขาตื่นเต้นไปหมด มือก็สั่นปากก็สั่น แถมหัวใจเจ้ากรรมก็ยังสั่นอีก

 

 

           ผมคงไม่ได้หูฝาดใช่มั้ย ??

 

 

 

            “ฉันบอกว่า ... ฉันอยากได้ดอกไม้”

           “.....”

 

 

 

 

 

 

          จากคนที่ฉัน......

 

           “...

 

 

 

 

 

 

           ตกหลุมรัก 

 

 

 

 

edit @ 25 May 2016 22:32:48 by quietusyipsum

edit @ 20 Jun 2016 03:49:04 by quietusyipsum

edit @ 4 Jul 2016 02:48:21 by quietusyipsum

Comment

Comment:

Tweet

TTATT; แงง
โอย มันอึดอัดแทนน้อง มันแบบ..  โอ้ยย luck อัลไลเล่าาา ฮึ่ยยย
แต่มันก็เป็นฟีลลิ่งที่เขินกันทั้งคู่อ่ะนะก็เลยไม่กล้าพูดกันซักที จงฮยอนเนี่ยก็น้า ไม่งั้นก็รักกันไปตั้งนานแล้วว! แต่น่ารักจังเลยค่ะ ความรักแบบเด็กน้อยเนี่ยย^-^

#4 By fffilmr (110.171.18.181) on 2013-08-14 00:50

แต่งชางริคมาเยอะๆนะ จริงๆเราชอบฟิคที่คุณแต่งมากเลย แต่ไม่ค่อยได้เข้ามาคอมเม้นสักที แต่เรื่องนี้น่ารักมากอ่ะ
แงงงงงงงงงงงงง โคตรเข้าใจฟิลลิ่งของน้องริคเลย
อึดอัดเนอะ แต่แค่คิดว่าได้เป็นเพื่อนกันมันก็ดีมากแล้ว
พอมาเจอแบบนี้มันรู้สึกเกินคาดจนตกใจ ทำอะไรไม่ถูกไปซะหมด โอ้ยยย
สุดท้ายก็แฮปปี้เอนดิ้งเน้

#3 By gleaming* on 2013-07-26 09:13

เห้ยยยย ตกใจเม้นบนยาวมากอ่ะ 555
ขอบคุณมากๆนะ ที่ชอบเรื่องนี้ *ปริ่ม*
ดีใจจจจจจ ♥

#2 By quietusyipsum on 2013-07-18 21:43

อีกนิด
อีกนิดเดียวไรท์เตอร์ ... เราจะน้ำตาไหล
มันแบบ อึดอัด ยังไงชอบกล คือ อินจัดเอาง่ายๆ55555555555555555555555
เข้าใจริกกี้ว่าไม่กล้า จนวันสุดท้าย จบการศึกษาก็ยังไม่ได้บอก....มันแบบลุ้น แล้วก็กังวล(อินจัด)
จนนาทีสุดท้าย....จะกลับบ้านอยู่แล้ว
ถ้าชางโจไม่มา ริกกี้คงจะเก็บไว้เป็นความลับ
จนถึงเวลาจากกันสินะ เฮ้ออออออออออ
ตอนเขียนเสื้อนั้นอีก...อีกนิดเดียว ทำไมไม่เขียนไปเลย 5555555 จะได้สมหวังกันสักที >_<
คิดมาก กังวล เขินอายมานาน ก็อยากเห็นริกผมหวัง!! สุดท้าย...ก็ได้รักกัน อ่า~
เป็นฟิคที่หนึบๆหัวใจ บีบหัวใจอ่อนๆ
เพราะเรื่องมันดำเนินไป...ช้าๆแต่เฝ้ารอ
ชอบนะ ฟิคแบบนี้ ได้เห็นเรื่องราว ความคิดของทั้งสองฝ่าย แล้วเราก็รู้ว่า ฟิคจบสมหวังแต่ก็ยังลุ้นอยู่ดี55555555555
อ่านตอนดึกๆแล้วเม้น งง. อย่าว่ากันนะไรท์เตอร์
สู้ๆ แต่งคู่นี้อีกนะ ชอบ ^^

#1 By Choifai (110.168.233.186) on 2013-07-18 03:06