[OS] happens / Minsoo & Daniel

posted on 18 May 2013 21:49 by quietusyipsum directory Fiction

 

happens : N.A.P
Minsoo & Daniel
by quietusyipsum

 

 

 

note :
- กำลังรอโมเม้นชางริค แต่ผมเมนนีแอล จริงๆนะ
- เห็นแนปในคอนโซลแล้วแทบดิ้น -//- 

ขอบคุณมากนะครับ ที่เข้ามาอ่าน อิอิอิ

 

 

----------------------------------------------------

 

 

 

 

กริ้งงงงงงงงงงง~

 

เสียงออดดังบอกเวลาเลิกเรียน จึงไม่แปลกถ้าหากจะมีใครซักคนเดินมาชน แล้ววิ่งไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ขอโทษ คงไม่แปลกที่ในห้องเรียนจะวุ่นวาย ไม่แปลกที่จะเห็นบางคนขออาจารย์ให้รีบปล่อยซักที และไม่แปลกเหมือนกันที่ผมต้องรีบสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะตกใจเสียงออด

 

“นีแอล นายจะไหวมั้ยเนี่ย”  ชานฮี เพื่อนในชมรม และเพื่อนที่เรียนชั้นเดียวกันทำสีหน้าเป็นห่วงขึ้นมาเมื่อผมตื่น

 

“ไหวอยู่ ... รุ่นพี่เขาสั่งงานอะไรบ้างล่ะ”

“ก็แต่งนิยายแนวประวัติศาสตร์” ชานฮีว่าพรางเก็บของลงกระเป๋าแล้วสะพ่ายขึ้นหลัง

“แต่งปกติก็จะบ้าตายอยู่แล้ว”

“เหอะน่า มีเวลาตั้งเทอมนึง กลับบ้านเถอะ จะนอนเฝ้าห้องชมรมรึไง”

“อือๆ กลับบ้านดีๆนะ”

“เหมือนกัน”

 

ชานฮีโบกมือลาแล้วเดินออกจากห้องชมรมไปก่อน ส่วนคนอื่นๆก็เริ่มทยอยกันออกจากห้องชมรม ผมลุกขึ้นยัดของลงกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องตมคนอื่นๆไป

 

บ้าเอ๊ย ถ้าไม่ติดว่ามาโรงเรียนสายก็คงไม่ต้องมาอยู่หรอกชมรม ‘วรรณกรรม’ อะไรนี่ ไม่งั้นคงไม่ต้องมาจมอยู่กับกองหนังสือ อ่านๆๆๆๆๆข้อมูลเป็นเล่มๆ เพื่อเขียนเรื่องขึ้นมา แล้วก็ส่งอาจารย์ แล้วก็ได้คะแนน ผ่านกิจกรรม ... แค่อยากหาชมรมที่พักผ่อน ผ่อนคลาย สุดท้าย ก็ปวดหัวยิ่งกว่าเรียนในห้องซะอีก

 

ผมเดินจากบ้านวิธีเดิม ทางเดิม เหมือนปกติทุกวัน แต่ต่างจากวันอื่นหน่อยคือเวลา ... วันนี้ออกจากห้องชมรมช้ากว่าปกติ ไม่รู้เพราะเดินอืดอาดหรือเพราะออกจากห้องช้า..แต่คาดว่าน่าจะทั้งสองอย่าง  พอเดินมาไกลๆตัวโรงเรียนหน่อย คนก็เบาบางลงไปตามระยะทาง อาจเพราะเป็นทางที่ไม่ได้เข้าเมืองเหมือนอีกทาง ทำให้การเดินกลับบ้านของผมในทุกๆวันมันสบายใจ ไม่ต้องเบียดใคร

 

 

ตึก ... ตึก

 

 

เสียงฝีเท้าดังสะท้อนตามทางเดินดังขึ้นเมื่อผมเดินเข้ามาในหมู่บ้าน ผมคิดว่าคงจะเป็นเสียงสะท้อนรองเท้าตัวเอง หรือไม่ก็คนแถวๆนี้เดินกลับบ้านเหมือนกัน

 

 

ตึก ... ตึก

 

 

พอผมเดินไปได้อีกหน่อย ซ้ายขวาก็เริ่มไม่ค่อยมีคน .. บ้านผมอยู่เกือบๆท้ายหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ แถมยังเป็นซอยแคบๆที่ไม่กว้างมากพอให้รถใหญ่ผ่านได้ แต่ถ้าสวนกันก็จบเห เลยต้องทำให้มีทางออกรถอีกทาง

 

 

ตึก ... ตึก

 

 

เสียงสะท้อนของส้นรองเท้าก็ยังไม่หายไปซักที แล้วก็เหมือนจะชัดขึ้นเรื่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ บางทีอาจจะมีคนตามมา .... ผมเหลียวหลังกลับไป

 

ผู้ชายตัวสูงๆ ใส่หมวกไหมพรมอยู่หยุดยืนด้านหลังผมเมื่อผมหันหลังกลับไปดู ... เขาหันไปดูข้างหลังตัวเอง .. ผมมองเขานั่นแหละ ไม่ได้มองใครที่ไหน และเขาใส่ฟอร์มโรงเรียนเดียวกับผม ผมหันกลับมาแล้วเดินต่อ คิดว่าบ้านเขาคงอยู่แถวนี้

 

เมื่อถึงทางแยก ผมจึงเลี้ยวเข้าซอยที่เข้าไปทางบ้านผม .. ผมรู้สึกว่าจะไม่มีเด็กโรงเรียนเดียวกันอยู่ในซอยนี้ เพราะเวลาผมไปโรงเรียน ถ้ามีจริงๆ ต้องมีซักวันที่ผมเดินออกมาแล้วเจอบ้าง แต่ไอคนเมื่อกี้ ไม่เคยเห็นแถวนี้

 

 

ตึก .. ตึก

 

 

จนผมเลี้ยวเข้ามา ก็ยังมีเสียงฝีเท้าดังสะท้อนมาอีก จนผมต้องหันไปอีกครั้ง ก็เจอผู้ชายคนเดิมอีกนั่นแหละ เริ่มใจไม่ดีแล้วนะ

 

 

“เดินตามทำไม”

“ไม่ได้ตาม บ้านอยู่แถวนี้”

“โกหก ทำไมไม่เคยเห็นนาย .. ต้องการอะไร”  คนตรงหน้ายืนท้าวสะเอวเอามือดึงหมวกไหมพรมตัวเองลงมาหน่อย

“ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น แค่กลับบ้าน”

“อย่าลีลาได้มั้ย”

 

 

“...”

 

 

“ต้องการอะไรก็บอกมาดิ”

 

 

“.....”

 

“....”

 

 

 

 

“จะเข้าบ้าน ..... นายยืนขวางประตูอยู่”

 

 

หมอนั่นเดินมาตรงหน้าผม ถึงหมอนั่นจะดูตัวสูงตัวใหญ่ แต่ก็สูงกว่าผมแค่นิดเดียว แต่ตัวโตชะมัด แล้วก็น่าเกรงขามเว่อร์

 

“ทีหลัง หัดจำหน้าเพื่อนบ้านซะบ้าง”  หมอนั่นพูดใส่หน้าผมเบาๆเหมือนได้ยินแค่สองคน แล้วก็เปิดประตูรั้วเข้าบ้านตัวเองไป

 

 

 

บ้า! อย่าให้เจออีกเลย สาธุ!

 

 

 

แล้วผมก็เดินเข้าบ้านตัวเอง

 

 

 

ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ....

 

 

 

“บ้านตรงข้ามเนี่ยนะ ให้ตายเถอะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เอาล่ะครับน้องๆ เนื่องจากโจทย์นิยายแนวประวัติศาสตร์มันคงจะยากเกินไปสำหรับพวกน้องๆ พี่เลยพาผู้ช่วยมาให้น้องๆ ซึ่งเป็นรุ่นพี่จากชมรมประวัติศาสตร์ตะวันตก มาช่วยน้องๆเกี่ยวกับข้อมูล ถ้าสงสัยอะไรขอคำปรึกษาได้นะครับ พี่จะให้น้องๆ 1 กลุ่มต่อพี่ 1 คน ซึ่ง 1 กลุ่ม มีสมาชิก 3 คนนะครับ .... เอาล่ะ ให้น้องๆจับกลุ่มกันได้”

 

หลังจากพี่ประธานชมรมพูดขึ้นเสร็จ เสียงดังหึ่งๆเหมือนผึ้งแตกรังก็เกิดขึ้นเป็นธรรมดา แน่นอน กลุ่มผมก็มีผมกับชานฮีแล้วก็เพื่อนอีกคนซึ่งผมก็ไม่รู้จัก เพราะผมไม่รู้จักใคร พอจับกลุ่มได้เสร็จ ผมก็จัดการฟุบลงกับโต๊ะเหมือนเดิม

 

“เอาล่ะ ถ้าน้องๆจัดกลุ่มเสร็จแล้ว พี่จะให้พี่ๆแยกไปตามกลุ่ม คุยกัน ปรึกษากันตามอัธยาศัย และย่าลืมว่า ก่อนสอบวันแรก งานทุกชิ้นจะต้องถึงมือพี่และอาจารย์ประจำชมรม น้องๆสามารถมาส่งได้ที่ห้องชมรมตลอดเวลา ถ้ามีคนอยู่ ... จานี้ก็ตามสบายครับ”

 

 

“สวัสดีครับ”

“อืม หวัดดี”

 

เสียงชานฮีเอ่ยทักทายกับใครซักคน คงเป็นรุ่นพี่ล่ะมั้ง แต่ถึงหูผมจะได้ยินทุกอย่างสมองผมมันก็ไม่สั่งการให้เอาหัวขึ้นมาจากแขนเลยจริงๆ

 

“ผมชานฮีครับ”

“ผมชางฮยอน”

“อืม .. พี่มินซูนะ แล้วเจ้านี่ .... ?”

“อ่อ .. นั่นนีแอลครับ อันดาเนียล เจ้านี่น่ะนอนตลอดเลยครับ ทุกครั้งที่มาห้องชมรมก็หลับตลอดเลย”

 

ชานฮีขี้ฟ้อง!

 

“ไม่ใช่ทุกชั่วโมงซักหน่อย อย่าเว่อร์”

“เหรอ”

 

ผมเอาหัวของตัวเองขึ้นมาและต้องพบกับใครที่ไหนก็ไม่รู้ ใส่หมวกไหมพรมสีขาว .... ไอบ้านี่หน้าตาคุ้นๆ

 

“อ่อ...น้องคนนี้ นอกจากไม่สนใจคนอื่นแล้วยังไม่สนใจเรียนด้วยเหรอเนี่ย”

“อะ...ไอ.....ไอบึก ไอถึก ไอโรคจิต ไอบ้า!”

“เจ็บ”

 

ตอบกลับมาสั้นๆ เจ็บของมันแค่นั้น แต่ผม ..เจ็บใจ ไม่มีช่องว่างให้เถียงเลย

 

“พวกนาย” ชานฮีพูดขัดขึ้นมองหน้าผมกับอีกคนสลับไปมา

“อ่อ เค้าอยู่ข้..”

“ฉันไม่รู้จักหมอนี่ และไม่ต้องการตัวช่วยอะไรทั้งนั้น ฉันทำคนเดียวได้”

ผมเก็บของใส่กระเป๋า สะพายมันไว้บนหลัง เดินออกจากห้องชมรมก่อนเวลา เท่ากับ ผมขาดชมรม แต่ช่างมันเถอะ ยังไงผมก็เชื่อว่าชานฮีคงหาข้อแก้ตัวให้ผมได้ รู้สึกผิดนิดหน่อย

 

ผมเดินมาถึงโรงอาหารนั่งลงที่โต๊ะม้าหินแล้วเอาสมุดขึ้นมากางกับดินสอหนึ่งเล่ม

ยังไงตอนนี้ประตูโรงเรียนก็ไม่เปิดถ้าออดหมดคาบสุดท้ายไม่ดัง .. ง่ายๆคือผมไม่มีที่ไปและต้องมานั่งจมปรักกับนิยายประวัติศาสตร์แทน

 

สมองอันน้อยนิดจะแต่งออกมาได้ยังไง แค่โครงเรื่องก็ยังไม่มีเลย

คิดไม่ออก ไม่อยากทำ ขี้เกียจทำ
เบื่อ!!!!!!!

 

“นั่งบ่นอะไรอยู่คนเดียว” เหมือนมีกระป๋องอะไรเย็นๆวางอยู่บนหัวพร้อมกับตัวอะไรก็ไม่รู้โผล่หน้ามาจากด้านหลัง

 

“ยุ่ง” ไอหมวกไหมพรมสีขาวเดินมานั่งข้างๆผม..เก้าอี้ตั้งหลายตัวไม่ไปนั่ง

“คิดโครงเรื่องอยู่รึไง” มันหยิบสมุดของผมไปดู และ ผมก็ต้องรีบแย่งกลับมา ถึงจะยังไม่ได้เขียนอะไรซักตัวแต่ก็ให้ดูไม่ได้หรอก

“บอกว่าอย่ามายุ่ง”

“ปากแข็ง”

“ไม่ได้แข็ง”

ไอหมวกไหมพรมยื่นหน้ามาใกล้ผม

 

ตึก .. ตึก

 

เสียงสะท้อนเหมือนเมื่อวันก่อนดังก้อง แต่ไม่ใช่ในหู .....

 

“จริงเหรอ”

 

ตึก .. ตึก

 

“โรคจิต”

 

ผมดันหน้าอีกคนออก เก็บของใส่กระเป๋าและลุกออกไป มองนาฬิกาที่หน้าตึก เหลืออีกแค่ไม่กี่อึดใจออดก็จะดังแล้ว เดินไปถึงหน้าประตูออดก็คงดังพอดี

 

กริ้งงงงงงง~

 

และก็เป็นไปตามคาด ประตูเปิดพอดีเมื่อผมเดินมาถึง

ไม่ได้อยากจะหนี แต่มันอึดอัดที่อก มันจุก

 

“หนีอีกแล้ว”

“ตามมาทำไมเนี่ย!!!”

 

“ไม่ได้ตาม แต่กลับบ้านทางนี้”

 

 

ฮึ่ยยยยยยย !!

ผมจะบอกให้แม่ย้ายบ้านหนีไปไกลๆ

 

 

ตึก .. ตึก

ไอหัวไหมพรมวิ่งมาเดินข้างๆผม

 

“ยังไม่ได้พิสูจน์เลยว่าปากแข็งหรือไม่แข็ง”

 

ตึก ... ตึก

 

ไม่ใช่เสียงฝีเท้าดังก้องในอีก แต่มันดังอยู่ที่อื่น

 

 

 

ผมกำลัง .....

 

โดนจีบอยู่รึเปล่านะ ?

 

 

……………………………………………..

 

[Minsoo special]

 

“อาจารย์จะบ้าป่าววะ ให้ชีสมาอ่านสอบคาบหน้า บ้าชัดๆ ไม่ใช่ไอสไตน์นะเว้ย!!”

“เหอะน่า แกก็อย่าบนนักเลยไอจาง”

“ขอโทษครับคุณบัง พอดีผมไม่ใช่อัจฉริยะเหมือนท่านบังครับผม”

“ไอนี่กวน”

“เหอะน่าๆๆๆ พวกมึงก็กวนตีนกันอยู่นั่นแหละ ดูโน่น” ไอกิวช่วยห้ามทัพสงครามประสามระหว่างผมกับจางดงอูให้ ก่อนจะชี้ไปทางประตูโรงเรียน

 

“กิ๊กมึงอ่ะไอบัง” ดงอูจับไหล่ผม

“กิ๊ก พ่อง! เค้ายังไม่รู้จักกูเลย”

“ได้ไงวะ เห็นมึงก็เดินกลับบ้านด้วยกันทุกวัน”

“คิดว่าเค้าสนกูเหรอ ใส่หูฟังอุดหูตลอด นี่กูก็คิดว่าถ้าโดนฉุดขึ้นมาก็คงไม่รู้ตัวอ่ะ”

“แต่วันนี้ไม่ใส่นะมึง ดูดิ แถมเดินเซๆเหมือนง่วงนอน” ไอกิวมาเกาะไหล่อีกข้างของผมและเสนอความคิดเห็นบ้าง

 

“งั้นไปละ ตั้งใจอ่านชีสกันนะมึง ระวังหัวฟูล่ะ”

“ครับบบ มิสเตอร์บัง มึงรีบไปเถอะ”

 

ดงอูรับปากแนวประชดประชัน .... คิดแล้วก็ขำไอพวกนี้ บ่นอยู่ได้ว่าอ่านไม่ทัน จำไม่ได้ จารย์โหด ทำไม่ได้ ยาก แต่ก็เห็นได้คะแนนดีทุกครั้ง

 

ผมเดินตามเจ้าเด็กที่เดินมึนๆอยู่ตรงหน้า

 

ดูเหมือนจะไม่สนใจผมจริงๆด้วย แต่พอเดินไปซักพักเจ้าตัวก็เหลียวมามองผม ส่วนผมก็ทำเนียนหันไปมองด้านหลังตัวเองด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำไปทำไมเหมือนกัน

 

พอครั้งที่สองเจ้าตัวก็หันมาอีก หน้าตาดูเหมือนจะหงุดหงิดนิดหน่อยแหะ

แต่ผมไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย

 

“เดินตามทำไม”

“ไม่ได้ตาม บ้านอยู่แถวนี้”

ถ้าบอกว่าผมเดินตาม กไม่เถียง เพราะผมตั้งใจแบบนั้น แต่ผมก็แค่อยากให้สังเกตเห็นผมบ้าง

 

“โกหก ทำไมไม่เคยเห็นนาย .. ต้องการอะไร” 

 

“ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น แค่กลับบ้าน”

อยากจะบอกแทบตายว่า อยากให้นายสนใจ แต่วิธีกวน มันก็คงดีที่สุดล่ะมั้ง

 

“อย่าลีลาได้มั้ย”

 

“...”

 

“ต้องการอะไรก็บอกมาดิ”

 

“.....”

“....”

 

 

 

“จะเข้าบ้าน ..... นายยืนขวางประตูอยู่”

 

ผมพูดแล้วเดินไปตรงหน้าเขา พูดในสิ่งที่ผมอยากพูด ก่อนจะเปิดประตูรั้วเข้าบ้าน

 

 

 

“ทีหลัง หัดจำหน้าเพื่อนบ้านซะบ้าง” 

 

 

 

 

 

 

จำหน้าฉันไว้ เรายังต้องเจอกันอีกนาน 

 

 

อัน ดาเนียล : )))

 
 
 
 
 

 

edit @ 25 May 2016 22:35:32 by quietusyipsum

edit @ 20 Jun 2016 03:48:30 by quietusyipsum

Comment

Comment:

Tweet

พี่มินซูน่ารักจัง อันดาเนียลคะ สนใจพี่เค้าบ้างค่ะ พี่เค้าอุตส่าห์เรียกร้องความสนใจเต็มที่แล้ว > <

#3 By Yoo'sAngel (180.183.147.219) on 2013-08-31 00:32

สนุกมากเรยจ้าาา

#2 By ใบเฟิน (180.183.155.211) on 2013-07-22 19:26

-เนียลจะง่วงจะมึนไปไหน ขนาดคนบ้านตรงข้ามยังไม่รู้จักsad smile
-ตอนที่พี่แคปเดินตามน้องเนียลแอบลุ้นอยู่ในใจว่าฉุดเลยฉุดเลยฉุดเลย5555+#อะไรของอินี้
-อยากให่มีต่อจังเลยเลยค่ะไรท์เตอร์

#1 By [B]-[Y] on 2013-05-22 19:10